
จัดอบรม Online หลักสูตร Digital Evidence-Unlocking the Secret Course แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย
Orion Forensics LAB ได้รับเชิญเป็นครั้งที่ 3 ในการบรรยายออนไลน์ 1 วัน กับหลักสูตร Digital Evidence – Unlocking the Secrets (1) Day แก่ฝ่าย ตรวจสอบภายใน จากธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564
วัตถุประสงค์ของการอบรมครั้งนี้คือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบภายใน ต้องการเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ หากต้องรวบรวมหลักฐานและนำไปใช้ในกระบวนการทางกฎหมาย รวมถึงกระบวนการเก็บรักษาหลักฐานระหว่างการตรวจสอบเพื่อไม่ให้หลักฐานปนเปื้อนหรือได้รับความเสียหาย การพิจารณาของศาลต่อหลักฐานดิจิทัล สุดท้ายคือการทำรายงานนำเสนอหลักฐานในศาล โดยทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล
องค์กรใดสนใจจัดอบรม สอบถามทางฝ่ายขาย forensics@orionforensics.com




รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรนี้ Digital Evidence – Unlocking the Secrets
Read Moreจัดอบรม Online หลักสูตร Digital Evidence-Unlocking the Secret Course แก่บริษัท Runexy (Thailand) Col.,Ltd.
Orion Forensics ได้รับเชิญบรรยายหลักสูตร 1 วัน Digital Evidence – Unlocking the Secrets แก่เจ้าหน้าที่จาก บริษัท Runexy (Thailand) Col.,Ltd. โดยบรรยาย ให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่จากฝ่ายขายในประเทศไทยและผู้บริหารจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564
โดยวัตถุประสงค์ของการอบรมครั้งนี้คือ ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้าใจเกี่ยวกับ พยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ และการนำหลักฐานไปใช้ในชั้นศาลมากขึ้น เพื่อนำไปต่อยอดการทำงานในบริษัทต่อไป
องค์กรใดสนใจจัดอบรม สอบถามทางฝ่ายขาย forensics@orionforensics.com


รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรนี้ Digital Evidence – Unlocking the Secrets
Read More
การเก็บรักษาสกุลเงินดิจิทัลของคุณให้ปลอดภัย
Cryptocurrencies หรือ สกุลเงินดิจิทัล เช่น บิทคอยน์ (Bitcoin), อีเธอร์เลียม (Ethereum) หรือเหรียญทางเลือก (Altcoins) ได้พุ่งสูงขึ้น เมื่อเร็วๆนี้ มีนักลงทุนรายใหม่จำนวนมากได้เปิดบัญชีซื้อขายแลกเปลี่ยน Cryptoไปทั่วโลก นักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่หลงใหลไปกับศักยภาพในการทำกำไรขนาดใหญ่ ซึ่งคนเหล่านี้อาจจะมีระดับความรู้พื้นฐานของตลาด Crypto และวิธีการทำงานขั้นพื้นฐานของเทคโนโลยีเท่านั้น ดังนั้นทำให้คนหลายคนตกเป็นเหยื่อของผู้ที่หลอกลวงฉ้อฉลบนโลกออนไลน์ สูญเสียเงินลงทุนจากการแลกเปลี่ยนบนการดำเนินงานที่หลอกลวงหรือทำให้เกิดข้อผิดพลาดและส่งผลให้พวกเขาสูญเสียการเข้าถึง Cryptoของพวกเขาตลอดไป
จากการทำความเข้าใจในสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrencies) ตอนนี้เหมือนจะเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วที่จะพูดถึงขั้นตอนที่คุณจำเป็นต้องใช้เพื่อรักษาให้เงินดิจิทัล (Cryptocurrencies) ของคุณนั้นปลอดภัย มีคำพูดยอดนิยมในโลก Crypto ว่า “Not Your Keys, Not Your Coins” คำกล่าวนี้หมายถึงความจำเป็นในการเป็นเจ้าของ Private keys ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Crypto ของคุณ ซึ่งหมายถึงใครก็ตามที่ควบคุม Private keys จะควบคุมการเข้า Crypto ในที่สุด
เมื่อมีคนส่งเงินดิจิทัล (Cryptocurrencies) ให้คุณเช่นบิทคอยน์ (Bitcoin) คุณจะให้ที่อยู่เพื่อรับ และรูปแบบของที่อยู่จะแตกต่างกันไป ตั้งแต่สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrencies) ถึงสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrencies) ซึ่งที่อยู่เพื่อรับของคุณ หรือ Receiving Address ก็คือ Public keys ของคุณนั่นเอง
มันเรียกว่า Public keys เพราะคุณสามารถส่งให้ทุกคนได้โดยไม่กระทบต่อเงินดิจิทัล (Cryptocurrencies) ของคุณ การเข้าถึงและเชื่อมโยงกับ Public keys คือสิ่งที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงและควบคุมสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrencies) ของคุณได้ Private keys จะระบุว่าคุณเป็นเจ้าของCrypto และอนุญาตให้คุณถ่ายโอนหรือขายสินทรัพย์ Crypto ของคุณ
เมื่อคุณเก็บเงินดิจิทัล (Cryptocurrencies) ของคุณในการแลกเปลี่ยน การแลกเปลี่ยนจะอยู่ในการควบคุม Private keys และเป็นผลให้ในระหว่างที่คุณเข้าถึงสินทรัพย์ Crypto ของคุณอาจจะไม่สามารถควบคุมได้ ด้วยเหตุนี้จึงควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้เมื่อใช้ในการแลกเปลี่ยน Crypto
- ใช้การแลกเปลี่ยนที่น่าเชื่อถือและได้มาตรฐานเท่านั้น
- ใช้เฉพาะการแลกเปลี่ยนที่มีทางเลือกของการรักษาความปลอดภัย เช่น
- การยืนยันสองระดับ หรือ Two-factor authentication (2FA) ตัวอย่างเช่น Google Authenticator
- Complex CAPTCHAS
- การตรวจสอบผ่านทาง อีเมล (Email) หรือ ข้อความ (SMS) เมื่อเข้าสู่ระบบจากเครื่องหรือเลขที่อยู่ไอพี (IP addresses) อื่นๆ
- ใช้เฉพาะการแลกเปลี่ยนที่มีการรับประกันในกรณีที่พวกเขาได้รับผลกระทบจากการโดนแฮ็ก
- ใช้เฉพาะกับการแลกเปลี่ยนที่มีการจัดเก็บทรัพย์สิน Crypto ใน Cold Wallets เป็นส่วนใหญ่ Cold Wallets คือ Wallets ที่ไม่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
- ใช้เฉพาะการแลกเปลี่ยนที่มีการประเมินความปลอดภัยทุกปีโดยบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์อิสระ
- จัดเก็บการแลกเปลี่ยน Crypto ที่คุณให้ความสนใจและกำลังซื้อขายเท่านั้น
- อย่าใช้การแลกเปลี่ยนเพื่อจัดเก็บสินทรัพย์ Crypto ของคุณในระยะยาว
เมื่อไม่ได้จัดเก็บเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ของคุณในการแลกเปลี่ยน คำถามคือคุณมีทางเลือกอะไรในการเก็บรักษา Crypto ของคุณให้ปลอดภัย? มี Wallets สองประเภทที่คุณสามารถใช้ คือ Hot Wallets และ Cold Wallets อนึ่ง Hot Wallets เป็นกระเป๋าเงินที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ในขณะที่ Cold Wallets ส่วนมากจะไม่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
ก่อนที่เริ่มพูดคุยถึง Wallets ประเภทต่างๆโดยละเอียด มีความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข คนมักเข้าใจผิดคิดว่า เงินดิจิทัล (Cryptocurrencies) ของพวกเขาถูกเก็บไว้ใน Wallets ซึ่งไม่ใช่ในกรณีนี้ เงินดิจิทัล (Cryptocurrencies) ยังคงอยู่ในบล็อกเชนสาธารณะ (Public Blockchain) ในขณะที่ Wallets เก็บข้อมูลที่จำเป็นในการเข้าถึงบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมได้ ข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ใน Wallets จะรวมไป Public Keys และ Private Keys
หากถามว่า Private Keys ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร? เมื่อคุณสร้าง Wallets ที่คุณสามารถควบคุม Keys ได้ การสร้าง Private Keys จึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยทั่วไปจะทำได้โดยใช้สิ่งที่เรียกว่า Recovery Seed หรือความหายทางคอมพิวเตอร์คือ ค่าที่เอาไว้สำหรับสร้างค่าอื่น ๆ ใหม่ขึ้นมา หรือ กลุ่มคำที่เอาไว้สร้างเป็น Private Keys อีกที Recovery Seed มักจะประกอบด้วยรายการคำสุ่ม 12 หรือ 24 คำซึ่งจะใช้ในการสร้าง Private Keys จากนั้นคุณจะสร้างรหัสผ่านสำหรับการเข้าถึง Wallets
สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องเก็บสำเนาของการ Recovery Seed และเก็บสำเนาไว้ในที่ ที่ปลอดภัย หากคุณลืมรหัสผ่านของคุณ คุณก็สามารถใช้ Recovery Seed เพื่อให้สามารถเข้าถึง Crypto ของคุณได้ หากมีคนอื่นสามารถเข้าถึง Recovery Seed ของคุณ พวกเขาก็จะสามารถเข้าถึง Crypto ของคุณได้เช่นกันและอีกทั้งยังสามารถโยกย้ายถ่ายโอนไปยัง Wallets ที่พวกเขามีสิทธิ์ควบคุมอีกด้วย
สำหรับคำแนะนำในกรณีนี้คือ ควรจดบันทึก Recovery Seed ของคุณลงในสมุดบันทึก หรือกระดาษและเก็บไว้ในที่ปลอดภัย ที่ๆไม่สามารถหาได้ผ่านอินเทอร์เน็ต โปรดจำไว้ว่าหากคุณลืมรหัสผ่านและทำ Recovery Seed หายจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกู้คืนสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ของคุณ
Hot Wallets
Hot Wallets มีส่วนดีที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายโดยรวมไปถึงการแลกเปลี่ยนระหว่าง Web Wallets หรือ Software Wallets เป็นโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันที่ใช้ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์หรือบนอุปกรณ์พกพา
Web Wallet
ช่วยให้คุณเข้าถึง สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ผ่านทางอินเตอร์เฟสบนเว็บเบราว์เซอร์ คุณต้องสร้าง Wallets และรหัสผ่านเพื่อรักษาความปลอดภัยของ Wallets อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจว่ามันขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ พวกเขาอาจยังคงควบคุมทั้ง Public keys และ Private ทั้งนี้ Keys Web Wallet จำนวนมากอนุญาตให้ผู้ใช้ควบคุม Wallets และวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการทำวิธีการแบบนี้คือการเก็บ Private Keys ของคุณบน Hardware Wallet
[ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hardware Wallet ภายในส่วนของ Cold Wallets]
ทางเลือกนี้จะช่วยให้คุณสามารถควบคุม Keys ของคุณได้อย่างเต็มที่ในแบบวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องทำความเข้าใจและศึกษาก่อนที่จะให้ความไว้วางใจในการให้สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ของคุณกับผู้ให้บริการ Web Wallet
Software Wallets
การใช้ Software Wallets ช่วยให้คุณสามารถดาวน์โหลดและติดตั้ง Wallets ลงในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือของคุณ ข้อดีของ Software Wallets คือการที่คุณมีสิทธิ์ควบคุมPrivate Keys ของคุณได้อย่างสมบูรณ์

Cold Wallets
Hardware Wallet คืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ USB ที่ใช้ในการสร้าง Public keys และ Private Keys ซึ่งเก็บไว้ในอุปกรณ์ Hardware Wallet ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในการปกป้อง Private Keys ของคุณ อุปกรณ์นั้นได้รับการปกป้องด้วยรหัสผ่านที่คุณสร้างและต้องถูกป้อนเพื่อเข้าถึงอุปกรณ์ เมื่อคุณตั้งค่าอุปกรณ์คุณจะได้รับ Recovery Seed ซึ่งตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้คุณต้องบันทึกและรักษาความปลอดภัย Private Keys สำหรับ Web Wallets และ Software Wallets ของคุณสามารถจะจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ได้
ซึ่งหมายความว่าเมื่อคุณต้องการเข้าถึงกระเป๋าเงินของคุณ จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่จะต้องเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์ของคุณหรือเชื่อมต่อผ่าน บลูทูธ (Bluetooth) คำถามที่ผู้คนสงสัยโดยทั่วไปคือ “จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Hardware Wallet ของฉันแตกหัก สูญหาย หรือถูกขโมย?” ตราบใดที่คุณยังคงรักษาและครอบครอง Recovery Seed ของคุณ จึงไม่มีปัญหาในการคืนค่าของการเข้าถึง Crypto ของคุณ เพียงแค่ทำเรื่องของการรับ Hardware Wallet ใหม่ และตั้งค่า Recovery Seed ของคุณ จากนั้นคุณถึงจะสามารถเข้าถึงสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ของคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง

Summary
ตลาดสกุลเงินดิจิทัล “Cryptocurrency” มีความผันผวนสูง การเป็นเจ้าของเหรียญ Crypto / โทเค็น (Tokens) บางส่วนในตอนนี้มีมูลค่าเพียงไม่กี่เซ็นต์ต่อเหรียญ หรือบางส่วนอาจมีมูลค่าหลายพันดอลลาร์ในช่วงเวลาไม่กี่ปี ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะได้ยินเรื่องราวของผู้คนที่ลืมไปว่าพวกเขากำลังเก็บสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ไว้บนคอมพิวเตอร์ของพวกเขา และส่งผลให้ไม่ว่าจะเป็น การติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ ขายคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การลืมรหัสผ่าน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าใช้เงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ของพวกเขาได้อีกต่อไป สกุลเงินดิจิทัลจำนวนที่จะทำให้พวกเขาเป็นเศรษฐี เพื่อการหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น

“ประเด็นสุดท้ายที่ต้องจำไว้คือไม่มีตัวแทนบริการลูกค้าจากการแลกเปลี่ยนCrypto หรือผู้ให้บริการ Wallets จะขอให้คุณระบุรหัสผ่านกระเป๋าเงินหรือ Recovery Seed หากมีคนขอข้อมูลนี้จากคุณแสดงว่าพวกเขาพยายามหลอกคุณ”
“หากคุณพบว่าตัวเองโชคไม่ดีที่สูญเสียการเข้าถึงสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ของคุณไม่ว่าจะเป็นผลมาจากการลืมรหัสผ่าน หรือลบกระเป๋าเงินโดยไม่ได้ตั้งใจ ให้ติดต่อ Orion เพื่อปรึกษาและหาวิธีที่พวกเราจะสามารถช่วยคุณได้”
About the Author
เกี่ยวกับผู้เขียน – แอนดรูว์ สมิทธ์ สำเร็จคอร์ส คริปโตเคอเรนซี่เพื่อผู้สืบสวน (Cryptocurrencies for Investigators course) จาก CSITech Ltd และยังเป็นผู้ซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ (Cryptocurrencies) เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแบรนด์สินค้าหรือโฆษณาใดๆในบทความนี้
Read More

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ฎีกาที่ 2148/2562
ข้อความที่จำเลยทำให้ปรากฏทางอินเทอร์เน็ตโดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในคดีนี้รวม 3 กระทง และคดีหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร รวม 3 กระทง แม้จะมีความแตกต่างกันบ้างก็เป็นเพียงในรายละเอียดและวันที่กระทำความผิด กล่าวคือ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดในวันที่ 11 มกราคม 2556 วันที่ 23 มกราคม 2556 และวันที่ 24 มกราคม 2556 ส่วนคดีหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดในวันที่ 11 มกราคม 2556 วันที่ 23 มกราคม 2556 และวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งการพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน ย่อมต้องพิจารณาถึงเจตนาในการกระทำความผิดเป็นสำคัญว่ามีเจตนาเดียวกันหรือไม่ประกอบกันด้วย
ทั้งข้อเท็จจริงที่จำเลยได้พิมพ์หรือทำให้ปรากฏตามสำเนาข้อความแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ซึ่งข้อความคดีนี้และข้อความตามคำฟ้องในคดีหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ต่อเนื่องกันตลอดมาตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2556 เวลา 8.17 นาฬิกา ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 9.07 นาฬิกา บนเว็บไซต์เฟซบุ๊กในหัวข้อเรื่องทำนองเดียวกัน คือ “ทำไมไอ้ P จึงต้องด่าคนขายพระ ลป.บุญศรี” และข้อความทั้งหมดต่างกล่าวถึงโจทก์ร่วมในเรื่องเดียวกัน กล่าวหาว่าโจทก์ร่วมเป็นคนไม่ดี มีพฤติกรรมเสียหาย หลอกลวงหาผลประโยชน์จากวัด รับซื้อของโจร
นอกจากนี้ปรากฏว่า จำเลยได้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) ซึ่งเป็นข้อหาเดียวกันกับคดีนี้และเวลาเกิดเหตุอยู่ในระยะเวลาคาบเกี่ยวต่อเนื่องกัน การกระทำความผิดของจำเลยในคดีนี้และคดีหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร จึงเป็นกรรมเดียวกัน ดังนั้น เมื่อคดีของศาลจังหวัดสมุทรสาครที่พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาครเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในคดีก่อน ศาลจังหวัดสมุทรสาครและศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาแล้วว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว หาใช่ 3 กรรม ดังที่โจทก์ฟ้อง ถือได้ว่าศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้องแล้ว สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4)
แม้ในชั้นพิจารณาจำเลยให้การรับสารภาพ แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย จำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในคดีนี้ได้ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3, 14 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาครจำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยกลับให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อระหว่างพิจารณา นายสันติ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษา ว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 3 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทง เป็นรวมจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโจทก์จำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
- โจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับฟ้องโจทก์ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร หรือไม่ โดยโจทก์ร่วมฎีกาทำนองว่า ข้อความในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร มีความแตกต่างกันโดยจำเลยเสกสรรปั้นแต่งเหตุการณ์นั้นเป็นคนละอย่างกัน กล่าวหาว่าโจทก์ร่วมเป็นคนหลอกลวง หาผลประโยชน์จากวัด เป็นมารศาสนา ขโมยของสงฆ์ รับซื้อของโจร ซึ่งขึ้นอยู่กับเจตนาของจำเลยในแต่ละคราว ทำให้บุคคลใดอ่านข้อความดังกล่าวที่จำเลยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หลายครั้งแล้วย่อมเข้าใจว่า โจทก์ร่วมเป็นคนไม่ดี มีพฤติกรรมเสียหาย หลอกลวงหาผลประโยชน์จากวัด การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ
จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) นั้น เห็นว่า ข้อความที่จำเลยทำให้ปรากฏทางอินเทอร์เน็ตโดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในคดีนี้รวม 3 กระทง และคดีหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร รวม 3 กระทง แม้จะมีความแตกต่างกันบ้างก็เป็นเพียงรายละเอียด และวันที่กระทำความผิดจะแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย กล่าวคือ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดในวันที่ 11 มกราคม 2556 วันที่ 23 มกราคม 2556 และวันที่ 24 มกราคม 2556 ส่วนคดีหมายเลขแดงที่ 1034/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดในวันที่ 11 มกราคม 2556 วันที่ 23 มกราคม 2556 และวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งการจะพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน ย่อมต้องพิจารณาถึงเจตนาในการกระทำความผิดเป็นสำคัญว่ามีเจตนาเดียวกันหรือไม่ประกอบกันด้วย
ทั้งข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสำเนาข้อความแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์เฟซบุ๊ก จำเลยพิมพ์หรือทำให้ปรากฏซึ่งข้อความคดีนี้ และข้อความตามฟ้องในคดีหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ต่อเนื่องกันตลอดมาตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2556 เวลา 8.17 นาฬิกา จนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 9.07 นาฬิกา บนเว็บไซต์เฟซบุ๊กในหัวข้อเรื่องทำนองเดียวกัน คือ หัวข้อ “ทำไม ไอ้ P (ซึ่งหมายถึง โจทก์ร่วม) ทำไมต้องด่าคนขายพระ ลป.บุญศรี” และข้อความทั้งหมดต่างกล่าวถึงโจทก์ร่วมในเรื่องเดียวกัน กล่าวหาว่าโจทก์ร่วมเป็นคนไม่ดี มีพฤติกรรมเสียหาย หลอกลวงหาผลประโยชน์จากวัด รับซื้อของโจร ทำให้ผู้อื่นอ่านข้อความแล้วเข้าใจว่าโจทก์ร่วมมีพฤติกรรมดังกล่าว
นอกจากนี้ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) ซึ่งเป็นข้อหาเดียวกันกับคดีนี้ และเวลาเกิดเหตุอยู่ในระยะเวลาคาบเกี่ยวต่อเนื่องกัน การกระทำความผิดของจำเลยในคดีนี้และคดีหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร จึงเป็นกรรมเดียวกัน ดังนั้น เมื่อคดีของศาลจังหวัดสมุทรสาครที่พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาครเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในคดีก่อน ศาลจังหวัดสมุทรสาครและศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาแล้วว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว หาใช่เป็นความผิดรวม 3 กรรม ดังที่โจทก์ฟ้อง แม้จะไม่ปรากฏว่าคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้วหรือไม่ ก็ถือได้ว่าศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้องแล้ว สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) แม้ในชั้นพิจารณาจำเลยจะให้การรับสารภาพก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย จำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในคดีนี้ได้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น
แหล่งที่มา : http://www.supremecourt.or.th/
บริการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ประกอบสำนวนคดี
Read More
ทำไมการทำ Computer Forensics จึงมีความสำคัญต่อองค์กรของคุณ
ในโลกที่ก้าวไปอย่างรวดเร็วปัจจุบันองค์กรต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อให้ทันต่อการแข่งขัน ปัจจุบันลูกค้าทั่วไปต่างคาดหวังว่า สินค้าหรือองค์กรต่างๆที่เค้าต้องการหาสินค้าจะต้องมีเว็บไซท์ที่น่าสนใจและข้อมูลครบตามความต้องการซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีในกรณีที่ต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ ซึ่งแน่นอนว่าก่อนสั่งสินค้า ลูกค้าต้องมีสิทธ์ในการสอบถามข้อมูลของสินค้า โดยผ่านโปรแกรมแชทที่เจ้าของเว็บไซต์เตรียมไว้ให้ และฟังก์ชั่นการทำงานของเวไซต์อื่นที่น่าสนใจเช่น ดูตัวอย่างสินค้า
ปัจจุบันเทคโนโลยีได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้คน โดยส่วนใหญ่เน้นเชื่อมต่อระหว่างอีเมล์ของตัวเองและสามารถติดต่อกับเพื่อนๆได้ในช่วงเวลาทำงาน
Computer Forensics สำคัญต่อองค์กรของคุณอย่างไร?
การทำ Computer Forensics คือขั้นตอนการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ที่จะต้องเผชิญกับเหตุการณ์การตรวจสอบข้อมูลต่างๆทางคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ใบนี้ และเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้มีการเตรียมตัวมาก่อน ที่จะจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปในองค์กรจะมีการรักษาความปลอดภัยด้วยการใช้ไฟร์วอล และอัพเดตโปรแกรมป้องกันไวรัส อย่างไรก็ตามองค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้มีนโยบายควบคุมการใช้อุปกรณ์ USB ซึ่งทำให้สามารถใช้อุปกรณ์นี้เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายและระบบโทรศัพท์ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการรับส่งข้อมูลขององค์กร และเมื่อมีการยกเลิกสัญญาพนักงานจึงต้องมีการปิดบัญชีผู้ใช้ให้ทันท่วงทีองค์กรทั่วไปจะมีกฎและข้อบังคับเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลลูกค้า อย่างไรก็ตามการรั่วไหลของข้อมูลยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่องค์กรเหล่านี้ต้องเผชิญอยู่ในโลกของเทคโนโลยีทุกวันนี้
เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์แน่นอนว่าในที่สุด ทุกองค์กรจะต้องมีการจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์
ตัวอย่างของเหตุการณ์ในโลกไซเบอร์ที่พบกันบ่อยๆซึ่งอาชญากรรมที่พบบ่อยได้แก่
• การทุจริตทางคอมพิวเตอร์
• อาชญากรรม
• การจารกรรมข้อมูลในภาคอุตสาหกรรมรม
• การโจรกรรมข้อมูลลับขององค์กร
• การละเมิดลิขสิทธ์ส่วนบุคคล / การสูญเสียข้อมูลของลูกค้า
• สื่อลามกอนาจารสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
• การกระทำต่างๆที่เป็นการละเมิดนโยบายการรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ขององค์กร และอื่น ๆ
เมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นผู้กระทำผิดจะทิ้งช่องโหว่ เช่น ทางจริยธรรม ทางการเงินและถูกทางกฎหมาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการตรวจสอบหลักฐานจากภายใน อย่างรวดเร็วเพื่อขยายผลไปสูการตรวจสอบคดีทางอาญาซึ่งจะเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภายนอกโดยข้อมูลการสอบสวนอาจรั่วไหลสู่ภายนอกโดยไม่รู้ตัว
จากการสำรวจคดีสำคัญทางอาชญากรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก ในปี 2011
• ในขณะนี้อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จัดเป็นหนึ่งในสี่ของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
• 40 % ของผู้ตอบแบบสอบถามหวาดกลัวในเรื่องของภาพลักษณ์ชื่อเสียงขององค์กรมากที่สุด
• 60% กล่าวว่า องค์กรไม่มีนโยบายติดตามความเคลื่อนไหวในสื่อสังคมออนไลน์
• 34% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (เพิ่มขึ้น 30 % จากปี 2009) เกือบ 1 ใน 10 ที่เปิดเผยถึงความเสียหายจากอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมากกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
• 56 % ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าการทุจริตที่ร้ายแรงที่สุดคือ “ภายในองค์กรนั่นเอง”
• 2 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่ได้รับการฝึกอบรมใดๆเลยเกี่ยวกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์
• ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักถึงการมีแผนรองรับหรือรับมือในกรณีถ้ามีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นภายในองค์กร
ทำไม การทำ Computer Forensics จึงมีความสำคัญต่อองค์กรคุณ
เมื่อองค์กรต้องเผชิญกับเหตุการณ์ในระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กร ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ทางไอทีจะถูกคาดหวังในประเมินปัญหาที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นและพยายามหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและประเมินระดับของความรุนแรง ส่วนใหญ่พนักงานไอทีในบริษัททั่วไปไม่ได้รับการฝึกอบรมในด้านการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์(Computer Forensic) ส่งผลให้พวกเขาไม่ตระหนักถึงวิธีการเก็บข้อมูลหลักฐานทางดิจิตอลหรือคอมพิวเตอร์ที่อาจจะต้องนำไปเป็นหลักฐานแสดงต่อศาลในกรณีที่มีการร้องขอ ข้อมูลที่สำคัญอย่างเช่น วันและเวลาที่ปรากฏอาจสูญหายหรือเปลี่ยนแปลงซึ่งจะทำให้การตรวจสอบยากมากขึ้น ในสถานการณ์ที่เลยร้ายที่สุดข้อมูลที่ตรวจพบอาจไม่เป็นที่ยอมรับเมื่อนำไปเสนอในชั้นศาล
การพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ (Computer forensics investigation)จำเป็นต้องมีทักษะเฉพาะซึ่งเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาข้อมูลและตรวจสอบ แยกแยะหลักฐานทางคอมพิวเตอร์ที่พบ แต่การเผยแพร่ หลักฐานที่ถูกต้อง เมื่อต้องเผชิญหลักฐานทางคอมพิวเตอร์องค์กรมีแนวโน้มที่จะเน้น ไปที่ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน และจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง แต่อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้
หลักฐานที่ได้จากการตรวจสอบหลักฐานทางคอมพิวเตอร์ จะเป็นผลลัพธ์ของการสืบสวนการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์สามารถลดขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมายให้รวด เร็วกระชับขึ้นการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ สามารถประหยัดเวลาในการตรวจสอบซึ่งยังสามารถช่วยองค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย
เมื่อองค์กรกำหนดแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น องค์กรควรจะสร้างแผนการซึ่งตอบสนองงานด้านพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ (Computer Incident Response Plan ) ซึ่งอาจหมายถึง การให้พนักงานได้รับการอบรมการเก็บ ตรวจสอบ พิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องตามหลักสากลในองค์กร ซึ่งพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถช่วยเหลือองค์กรเบื้องต้นในกรณีเกิดอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
การพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์เริ่มเป็นที่สนใจในหลายๆประเทศทั่วโลก ปัจจุบันนี้ในประเทศอังกฤษได้ก่อตั้งโครงการ Insurance Scheme ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความช่วย เหลือลูกค้าถ้ามีการเรียกร้องการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ โดยองค์กรต้องยอมรับการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์และเป็นเครื่องมือในการควบคุมผู้ที่กำลังคิดที่จะก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
Training For IT Staff – Computer Forensics Awareness and Incident Response Training (TH)
ประวัติผู้เขียน
แอนดรูส์ สมิทธ์ -ผู้อำนวยการพิสูจน์หลักฐานคอมพิวเตอร์ประจำ Orion Forensic
แอนดรูว์มีประสบการณ์มากกว่า 17 ปี ในสาขานิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล และเคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 9 ปี โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเขาใช้เวลาทำงานในแผนกอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ตำรวจซึ่งเขาได้รับการฝึกอบรมทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างมากมาย มีบทบาทของในการรวมข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และการวิเคราะห์ข้อมูล รวมไปถึงการนำเสนอหลักฐานในศาลของสหราชอาณาจักรในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญ
ขณะนี้แอนดรูว์ทำงานที่กรุงเทพฯมาเป็นเวลากว่า 7 ปีและเป็นผู้อำนวยการฝ่าย Computer Forensics Services ของ บริษัท Orion Investigations บทบาทของเขาคือดูแลการสืบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์ การพัฒนาธุรกิจ การส่งเสริมความตระหนักถึงความปลอดภัยในโลกไซเบอร์และอธิบายหลักฐานในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญในศาลไทย และเป็นวิทยากรที่อบรมให้กับหน่วยงานธุรกิจและองค์กรต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งได้พัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมทางนิติวิทยาศาสตร์สำหรับตลาดในประเทศไทย อีกทั้งยังได้พัฒนาเครื่องมือทางนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งปัจจุบันได้ใช้ในห้องปฏิบัติการนิติเวชทั่วโลก
Email :andrew@orioninv.co.th
Read More

จัดอบรม In-House Hands-on Workshop |Digital Forensics Foundation Course 4 Days | แก่เจ้าหน้าที่จากศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก
Orion Forensics LAB ได้รับเชิญบรรยายหลักสูตร In-House hands-on Workshop Digital Forensics Foundation Training Course (4 DAYS) แก่เจ้าหน้าที่จาก ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก เมื่อวันที่ 19-22 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา
โดยหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรเบื้องต้นสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจด้านการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล หรือ อยากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์หลักฐานในอนาคต ,ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานดิจิทัล
หลักสูตรนี้จะช่วยสร้างความเข้าใจขั้นพื้นฐานอย่างลึกซึ้งในการพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล (digital forensic)รวมถึงทางด้านเทคนิคต่างๆ โดยจะครอบคลุมเนื้อหาเชิงลึกและฝึกปฏิบัติตามสถานการณ์จริง ตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละขั้น โดยในการอบรมครั้งนี้ Orion Forensics lab ได้ปรับหลักสูตรเพื่อตรงการทำงานของผู้เชี่ยวชาญ คือ รวบรวมข้อมูลจาก Cloud การตรวจสอบมัลแวร์ วิเคราะห์มัลแวร์ และ ใช้ Volatility Framework เพื่อวิเคราะห์ แรม
ผู้ฝึกอบรมจะได้ทดลองใช้เครื่องมือที่เป็น Forensics open source Tools ซึ่งเขียนและพัฒนาโดย ซึ่งจะได้เรียนรู้และทดลองปฏิบัติตามหลักสูตรโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ โดย
หลักสูตรนี้ได้รับการออกแบบโดยผู้ตรวจเชี่ยวชาญนิติวิทยาศาสตร์ที่มีประสบการณ์และมีประสบการณ์หลายปีจากประเทศอังกฤษและในประเทศไทย เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาของหลักสูตรสามารถนำไปปฏิบัติได้
เนื้อหาและข้อมูลสำหรับหลักสูตรนี้ Digital Forensics Foundation Training Course 4 Days
องค์ใดสนใจจัดอบรม In-House ติดต่อสอบถาม Sales โดยตรง forensics@orionforensics.com




หลักการนำหลักฐานดิจิทัลหรืออิเล็กทรอนิกส์ไปใช้ในทางกฎหมาย
เนื่องจากกฎหมายของแต่ละประเทศในเรื่องของการนำเสนอหลักฐานนั้นมีความแตกต่างกัน ดังนั้นการนำหลักฐานดิจิทัลไปใช้ในชั้นศาลซึ่งเป็นกฎที่มีการคิดค้น และพัฒนาในต่างประเทศจนได้รับการยอมรับมากที่สุด ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 4 ข้อคือ ดังนี้คือ
Read More
อบรมหลักสูตร Cyber Security Training For Managers (1DAY) แก่ผู้ที่สนใจ
Orion Forensics LAB ได้มีจัดอบรมหลักสูตร Cyber Security Training For Managers [1 วัน ]ซึ่งเป็นหลักสูตรภาคทฤษฎี โดยผู้เชี่ยวชาญได้บรรยายตลอดหลักสูตร ให้กับเจ้าหน้าที่จากบริษัท AIA Thailand เมือวันที่ 17 ธันวาคม 2563
เรียนอะไรจากหลักสูตรนี้ :
- หลักสูตรนี้คุณจะได้รับความรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามต่างๆที่องค์กรต้องเผชิญ สิ่งที่จำเป็นสำหรับสร้างโปรแกรมการปฎิบัตตามแนวทางการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และทำไมมันถึงจำเป็นต้องมี
- วิธีการจัดระดับความเสี่ยงของคุณและวิธีประเมินความเสี่ยงทางไซเบอร์
- หลักสูตรนี้ครอบคลุมถึงกรอบความปลอดภัยไซเบอร์และสิ่งที่จำเป็นสำหรับการจัดทำแผนการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
- หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่เน้นทฤษฎี [Non-Technical] การการอภิปรายหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบกลุ่มรวมถึงแบบฝึกหัดต่างๆ
องค์กรใดสนใจจัดอบรม สอบถามทางฝ่ายขาย forensics@orionforensics.com




จัดอบรม | Hands-on Workshop |Digital Forensics Foundation Training Course 4 Days + Open Source Tools แก่ผู้ที่สนใจ
Orion Forensics LAB ได้จัดอบรมหลักสุตร Hands-on Workshop Digital Forensics Foundation Training Course (4 DAYS) แก่ผู้ที่สนใจ เมื่อวันที่ 16-19 พ.ย 2563 ที่ผ่านมา
โดยหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรเบื้องต้นสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจด้านการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล หรือ อยากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์หลักฐานในอนาคต ,ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานดิจิทัล
หลักสูตรนี้จะช่วยสร้างความเข้าใจขั้นพื้นฐานอย่างลึกซึ้งในการพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล (digital forensic)รวมถึงทางด้านเทคนิคต่างๆ โดยจะครอบคลุมเนื้อหาเชิงลึกและฝึกปฏิบัติตามสถานการณ์จริง ตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละขั้น
ผู้ฝึกอบรมจะได้ทดลองใช้เครื่องมือที่เป็น open source Tools ซึ่งจะได้เรียนรู้และทดลองปฏิบัติตามหลักสูตรโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์
หลักสูตรนี้ได้รับการออกแบบโดยผู้ตรวจเชี่ยวชาญนิติวิทยาศาสตร์ที่มีประสบการณ์และมีประสบการณ์หลายปีจากประเทศอังกฤษและในประเทศไทย เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาของหลักสูตรสามารถนำไปปฏิบัติได้



10 อาชีพในสายงาน Cyber security อัพเดทปี 2020 !
1.IT Auditors: ตำแหน่งนี้จะประเมินการควบคุมความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมไอทีของบริษัท โดยระบุข้อบกพร่องในเครือข่ายของระบบและสร้างแผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันการละเมิดความปลอดภัย บทบาทของ IT Auditors เหมาะกับผู้ที่มีความละเอียดรอบคอบในการดูรายละเอียดและความสามารถในการบันทึกข้อมูลที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ สามารถระบุและบันทึกช่องว่างใด ๆ และรวบรวมไว้ในรายงานเพื่อให้ฝ่ายบริหารดำเนินการ IT Auditors อาจรู้จักกันในชื่อตำแหน่งดังนี้ :
- Senior IT internal auditor
- Senior IT compliance analyst
- Incident analyst/responder
2.Incident Analysts: ตำแหน่งนี้ได้รับการฝึกฝนให้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างรวดเร็วในขณะที่มีการเปิดเผย โดยระบุสาเหตุของเหตุการณ์ดำเนินการควบคุมความเสียหายตรวจสอบสถานการณ์และให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีป้องกันเหตุการณ์ในอนาคต ภูมิหลังด้านนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Forensics ) หรือการสืบสวนทางคอมพิวเตอร์ (computer investigations ) เป็นกุญแจสำคัญในการก้าวเข้าสู่อาชีพนี้เนื่องจาก Incident Analysts ต้องพึ่งพาเครื่องมือทางนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (computer forensic tools ) ที่หลากหลาย Incident Analysts อาจรู้จักกันในชื่อตำแหน่งดังนี้ :
- Information security project manager
- Security project manager
- Senior analyst, information security
3.Cybercrime Investigators: ตำแหน่งนี้ตรวจสอบอาชญากรรมหลายอย่าง ตั้งแต่การกู้คืนระบบไฟล์บนคอมพิวเตอร์ที่ถูกแฮ็กหรือเสียหายไปจนถึงการสืบสวนอาชญากรรมต่อเด็ก ตามข้อมูลของ Infosec โดยการกู้คืนข้อมูลที่ละเอียดอ่อนจากอุปกรณ์ที่อาชญากรใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี โดยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและเป็นพยานในศาล ผู้สืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์ อาจรู้จักกันในชื่อตำแหน่งดังนี้ :
- Digital forensics analyst
- Cyber-IT/forensic/security incident responder
- Cyberforensics analyst
- Digital forensics technician
- Cybersecurity forensic analyst
4.Cybersecurity Specialists: ตำแหน่งนี้มีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยให้กับระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของ บริษัท โดยต้องมีทักษะที่มีความเชี่ยวชาญสูงเพื่อป้องกันภัยคุกคามต่อองค์กร เช่นมัลแวร์ ไวรัสฟิชชิ่ง และการโจมตีแบบ Denial-of-service attacks (DDOS) ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ อาจรู้จักกันในชื่อตำแหน่งดังนี้ :
- Information security specialist
- IT specialist, information security
- Information technology specialist — information security
- IT security specialist
5.Cybersecurity Analyst: ตำแหน่งนี้เป็นงานระดับเริ่มต้นในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้มาใหม่ในสายงาน โดยเริ่มจากการเข้ารหัสการส่งข้อมูล ทำการประเมินความเสี่ยงสร้างไฟร์วอลล์และปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน นักวิเคราะห์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ อาจรู้จักกันในชื่อตำแหน่งดังนี้ :
- Information security analyst
- Security analyst
- IT security analyst
- Senior security analyst
6.Cybersecurity Consultants : ตำแหน่งนี้ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจสิ่งแวดล้อมของภัยคุกคามในปัจจุบันและประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดจากปัญหาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยและการโจมตี ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์มักมีบทบาททั้งผู้โจมตีและเหยื่อ พวกเขาสามารถทำงานได้ทั้งในทีมสีแดงและสีน้ำเงินและเสนอข้อมูลเชิงลึกให้กับองค์กรว่าพวกเขาสามารถป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ดีขึ้นอย่างไร ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อาจรู้จักกันในชื่อตำแหน่งดังนี้ :
- Security consultant
- Security specialist
- Commercial security consultant
- Senior security consultant
7.Penetration Testers: ตำแหน่งนี้คือแฮกเกอร์ที่มีจริยธรรมของโลกไซเบอร์ พวกเขาทำการจำลองการโจมตีระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กรเพื่อค้นหาจุดอ่อนหรือช่องโหว่ก่อนที่แฮกเกอร์ตัวจริงจะค้นพบและใช้ประโยชน์จากพวกมัน Penetration Testers อาจรู้จักกันในชื่อตำแหน่งดังนี้ :
- Ethical hacker
- Assurance validator
8.Cybersecurity Architects: ตำแหน่งนี้คือผู้นำองค์กรที่มีความคิดเลียนแบบแฮ็กเกอร์ โดยมีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างและรักษาโครงสร้างความปลอดภัยขององค์กรเพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น และยังดูแลทีมรักษาความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ Cybersecurity Architects อาจรู้จักกันในชื่อตำแหน่งดังนี้ :
- Security architect
- Information security architect
- Senior security architect
- IT security architect.
9.Cybersecurity Engineers: ตำแหน่งนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะสูงและมุ่งเน้นรายละเอียดในแนวหน้าในการปกป้องบริษัท จากการละเมิดความปลอดภัย ความรับผิดชอบประจำวัน ได้แก่ การวิเคราะห์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ การตรวจสอบว่าเครือข่ายทำงานอย่างปลอดภัยและคาดการณ์ปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แกนหลักของบทบาทนี้เกี่ยวข้องกับการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถต้านทานการถูกโจมตีทางไซเบอร์หรือภัยธรรมชาติ วิศวกรความปลอดภัยทางไซเบอร์ อาจรู้จักกันในชื่อตำแหน่งดังนี้ :
- Security engineer
- Network security engineer
- Data security engineer
- IA/IT security engineer
10.Cybersecurity Managers: ตำแหน่งนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยขององค์กรและดูแลพนักงานรักษาความปลอดภัยข้อมูล
หลักสูตรอบรม Computer Forensics เพิ่มทักษะการทำงาน คลิก
แหล่งที่มา www.radio.com
Read More



